สิทธิประโยชน์ทางภาษีอากร

คลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากร

คลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากร

คุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญาตจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากร
1. เป็นรัฐวิสาหกิจ ส่วนราชการ หรือบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีทุนจดทะเบียนและมีฐานะการเงินที่มั่นคง โดยผลการดำเนินงานตามที่ปรากฏในงบการเงินไม่มียอดขาดทุนสะสม ซึ่งจะต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
1.1 คลังสินค้าทัณฑ์บนเพื่อการเก็บของสำหรับร้านค้าปลอดอากร ต้องมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท โดยมีผู้ถือหุ้นสัญชาติไทยไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 ของทุนจดทะเบียน และไม่มีข้อจำกัดในการออกเสียงลงมติของผู้ถือหุ้น หรือมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วในจำนวนที่อธิบดีเห็นว่าเหมาะสมกับประเภทของกิจการ
1.2 คลังสินค้าทัณฑ์บนเพื่อขาย ต้องมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท โดยมีผู้ถือหุ้นสัญชาติไทยไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 ของทุนจดทะเบียน และไม่มีข้อจำกัดในการออกเสียงลงมติของผู้ถือหุ้น หรือมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วในจำนวนที่อธิบดีเห็นว่าเหมาะสมกับประเภทของกิจการ
2. ไม่เคยมีประวัติการกระทำความผิดอย่างร้ายแรงตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการศุลกากรย้อนหลัง 3 ปีนับแต่วันยื่นคำขอ ทั้งนี้ การกระทำความผิดอย่างร้ายแรงตามกฎหมายให้หมายความถึงการกระทำความผิดใด ๆ ก็ตามที่กฎหมายได้บัญญัติให้ต้องรับโทษจำคุกรวมอยู่ด้วย
3. มีกรรมสิทธิ์ สิทธิครอบครอง หรือสิทธิในการใช้พื้นที่ที่ขอจัดตั้งโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือในกรณีที่ดินที่ขอจัดตั้งมีการจดทะเบียนจำนอง ผู้รับจำนองจะต้องมีหนังสือยินยอมให้ดำเนินการจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บนได้
4. ไม่อยู่ระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตประเภทที่ได้ยื่นขออนุญาต
5. ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตประเภทที่ได้ยื่นขออนุญาต เว้นแต่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตมาแล้วก่อนวันยื่นคำขออนุญาตเกิน 3 ปี และกรณีผู้ยื่นคำขอเป็นนิติบุคคล ผู้บริหารของนิติบุคคลต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามดังกล่าวด้วย

เงื่อนไขการอนุญาตที่ผู้ขอใบอนุญาตต้องดำเนินการ
1. สถานที่ที่ขอจัดตั้งต้องอยู่ในบริเวณที่เหมาะสม และมีอาคารเก็บของที่มั่นคงแข็งแรง 
2. ต้องดำเนินการก่อสร้างตามแบบแปลนแผนผังที่ได้ยื่นประกอบคำขอซึ่งกรมศุลกากรเห็นชอบโดยมีรั้วล้อมรอบ เว้นแต่โดยสภาพภูมิประเทศของกิจการ ไม่จำเป็นต้องมีรั้ว แต่ต้องมีประตูเข้า - ออกที่มั่นคงแข็งแรง มีห้องทำงานสำหรับพนักงานศุลกากรซึ่งภายในห้องทำงานต้องจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีระบบสื่อสารที่เชื่อมโยงคอมพิวเตอร์ดังกล่าวกับระบบคอมพิวเตอร์ของศุลกากร เพื่อให้พนักงานศุลกากรใช้ในการกำกับคลังสินค้าทัณฑ์บน และจัดทำป้ายคลังสินค้าทัณฑ์บนตามแบบที่กำหนดไว้
3. มีระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิดที่สามารถบันทึกภาพเหตุการณ์บุคคล หมายเลขทะเบียนยานพาหนะ หมายเลขตู้คอนเทนเนอร์ หรือของที่ผ่านเข้า - ออก และสามารถตรวจสอบข้อมูลภาพย้อนหลังได้ไม่น้อยกว่า 60 วัน พร้อมจัดหาเครื่องมือ เครื่องใช้ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงาน การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการคลังสินค้าทัณฑ์บน รวมถึงกำกับดูแลคลังสินค้าทัณฑ์บนให้มีความรอบคอบรัดกุมตามความจำเป็นที่กรมศุลกากรกำหนด 
4. มีระบบควบคุมสินค้าคงคลังที่สามารถตรวจสอบการนำของเข้าเก็บ การนำของออก และของคงเหลือ โดยสามารถจัดทำรายงานทางบัญชีตามที่กรมศุลกากรกำหนด และพนักงานศุลกากรสามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลา
5. ร้านค้าปลอดอากรขาออกในเมืองกรณีส่งมอบของ ณ จุดส่งมอบที่กำหนด (Pick-up Counter) ผู้ขอรับใบอนุญาตจะต้องระบุว่าจะส่งมอบของที่ขาย ณ จุดส่งมอบของที่ใด
5.1 จุดส่งมอบของต้องตั้งอยู่ในบริเวณพื้นที่ที่ผู้ซื้อจะเดินทางออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งผ่านจุดตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว
5.2 กรณีผู้ขอใบอนุญาตมิใช่นิติบุคคลเดียวกับผู้ให้บริการจุดส่งมอบของ ให้ผู้ขอรับใบอนุญาตยื่นเอกสารสัญญาบริการระหว่างผู้ขอรับใบอนุญาตกับผู้ให้บริการจุดส่งมอบของ
5.3 ต้องมีสถานที่สำหรับให้พนักงานศุลกากรตรวจสอบของที่ส่งมาจากร้านค้าปลอดอากรขาออกในเมืองเพื่อเตรียมส่งมอบให้แก่ผู้ซื้อ และมีพื้นที่เพียงพอสำหรับจัดเก็บของที่รอการส่งมอบ

ระยะเวลาในการเก็บของในคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากร
การเก็บของที่นำมาเพื่อแสดงและขายในคลังสินค้าทัณฑ์บน สามารถเก็บได้ไม่เกินสองปีนับแต่วันนำเข้า

การตรวจสอบสิทธิประโยชน์คลังสินค้าทัณฑ์บน
1.การจัดทำรายงานสรุปผลการดำเนินงาน
กำหนดให้ผู้ได้รับใบอนุญาตจัดทำรายงานสรุปผลการดำเนินงานตามแบบที่กรมศุลกากรกำหนดเป็นรายไตรมาส ยื่นต่อส่วนตรวจสอบคลังสินค้าทัณฑ์บน กองสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากร ภายใน 30 วันนับแต่วันปิดงวดบัญชี โดยให้ถือวันที่พนักงานศุลกากรเข้าทำการตรวจนับของคงเหลือเป็นวันปิดงวดบัญชี 
2.การจัดส่งงบการเงิน
กำหนดให้ผู้ได้รับใบอนุญาตจัดส่งสำเนางบการเงินตามข้อกำหนดของกระทรวงพาณิชย์ซึ่งผู้สอบบัญชีรับอนุญาตรับรองแล้ว ต่อส่วนตรวจสอบคลังสินค้าทัณฑ์บน กองสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากร ภายใน 180 วันนับแต่วันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี
3.การตรวจนับของคงเหลือ
กำหนดให้ตรวจนับของคงเหลือในคลังสินค้าทัณฑ์บนเป็นรายไตรมาส 

การทำสัญญาประกันและทัณฑ์บน และการวางหลักทรัพย์ค้ำประกัน
เมื่อผู้ได้รับใบอนุญาตพร้อมที่จะเปิดดำเนินการคลังสินค้าทัณฑ์บน ต้องทำสัญญาประกันและทัณฑ์บน เพื่อประกันความเสียหายที่อาจเกิดแก่กรมศุลกากร และเพื่อผูกพันให้ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับที่กรมศุลกากรกำหนดขึ้น พร้อมทั้งวางหนังสือค้ำประกันของธนาคารตามแบบที่กรมศุลกากรกำหนด ในวงเงินร้อยละ 50 ของค่าภาษีอากรของคงเหลือสิ้นงวดบัญชีรายไตรมาส หรือตามที่กรมศุลกากรจะเห็นสมควร เพื่อค้ำประกันความรับผิดในค่าภาษีอากร ค่าภาระติดพัน ค่าเสียหายอื่นใดตามสัญญาประกันและทัณฑ์บน

ค่าธรรมเนียม
ค่าธรรมเนียมรายปีการจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บน จำนวน 30,000 บาท (สามหมื่นบาท)

เอกสารแนบ

 

วันที่ปรับปรุงล่าสุด : 3 ตุลาคม 2562 13:33:46
จำนวนผู้เข้าชม : 12,714
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : ส่วนหลักเกณฑ์และทะเบียนสิทธิประโยชน์ กองสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากร (สลท. กสอ.)
กรมศุลกากร เลขที่ 1 ถ.สุนทรโกษา คลองเตย กทม. 10110
หมายเลขโทรศัพท์ : 0-2667-7047
อีเมล์ : 82000100@customs.go.th

ข้อมูลบนเว็บไซต์นี้ อยู่ภายใต้ประกาศเงื่อนไขการใช้ข้อมูล และลิขสิทธิ์ของกรมศุลกากร การใช้งานข้อมูลใด ๆ บนเว็บไซต์ ให้ใช้ได้ตามที่เว็บไซต์จัดรูปแบบไว้ให้เท่านั้น
ลิขสิทธิ์ 2015 กรมศุลกากร สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด @ออกแบบและพัฒนาโดยส่วนนวัตกรรมและวิเคราะห์ระบบ ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กรมศุลกากร